เช็กปฏิทินข่าวสำคัญประจําสัปดาห์! มีเหตุการณ์อะไรน่าติดตามบ้าง
ข่าวสำคัญประจําสัปดาห์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:เฟดส่งสัญญาณเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย กดดันทองคำเล็กน้อย

สรุป ราคาทองคําวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวสูงขึ้น 16.13 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ว่าราคาทองคําปรับตัวลงในระหว่างวันโดยได้รับแรงกดดันหลักจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่ง สัญญาณเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ส่งผลให้ราคาทองคําร่วงลงทดสอบระดับต่ําสุดบริเวณ 1,774.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ดี ราคาทองคําฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ในช่วงตลาดสหรัฐ โดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อทองคําในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ หลังเอสแอนด์พี โกลบอลเปิดเผยว่าดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้น อยู่ที่ 46.2 ซึ่งเป็นระดับต่ําสุดในรอบ 31 เดือนและต่ํากว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะอยู่ที่ 47.7 ส่วนดัชนี PMI ภาคบริการเบื้องต้นอยู่ที่ 44.1 ซึ่งเป็นระดับต่ําสุดในรอบ 4 เดือน และต่ํากว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะอยู่ที่ 46.5 เช่นกัน บ่งชี้ว่าภาคธุรกิจของสหรัฐอยู่ในภาวะหดตัวเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน สถานการณ์ดังกล่าวหนุนให้ราคาทองคําพุ่งขึ้นจนทดสอบระดับสูงสุด บริเวณ 1,794.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่การปรับตัวขึ้นของราคาทองคํายังคงอยู่ในกรอบจํากัด เนื่องจากดัชนีดอลลาร์ยังคงแข็งค่าจากแรงซื้อสกุลเงินปลอดภัย ขณะที่เจ้าหน้าที่เฟดยังคงแสดง ความเห็นในเชิง Hawkish ไม่ว่าจะเป็น นายจอห์น วิลเลียมส์ประธานเฟดนิวยอร์ก, นางแมรี่ ดาลี ประธานเฟดซานฟรานซิสโก และนางลอเรตต้า เมสเตอร์ ประธานเฟดคลีฟแลนด์ ที่กล่าว สอดคล้องกันว่า เฟดจะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า และไม่เร่งรีบในการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ซึ่งปัจจัยดังกล่าวสกัดช่วงบวกราคาทองคําเอาไว้ ด้านกองทุน SPDR ถือครอง ทองค้าลดลง -3.48 คัน สําหรับวันนี้ไม่มีกําหนดกรเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ
ราคาทองคำพยายามขึ้นไปทดสอบโซน 1,808 ดอลลาร์ต่อออนซ์(ระดับสูงสุดของเดือน ส.ค.) หากยืนไม่ได้ ทำให้ประเมินว่าในระยะสั้น ราคามีโอกาสปรับตัวลงไปทดสอบแนวรับ 1,774- 1,765 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่หลุดแนวรับแรกระยะสั้นราคาอาจกลับมาแกว่งตัวในกรอบ Sideway UP แต่หากหลุดประเมินแนวรับถัดไปบริเวณ 1,747-1,729 ดอลลาร์ต่อออนซ์
คำแนะนํา เปิดสถานะขาย $1,808-1,824
จุดทํากําไร ซื้อคืนเพื่อทํากําไร $1,774-1,765
ตัดขาดทุน ตัดขาดทุนสถานะขายหากผ่าน $1,824
ที่มา TH.investing

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

ข่าวสำคัญประจําสัปดาห์

XS.com แต่งตั้ง Rakhi Raje เป็นผู้ดูแล Influencer Marketing สะท้อนการเปลี่ยนแปลงสำคัญของอุตสาหกรรมโบรกเกอร์ ที่ย้ายจุดแข่งขันจากแพลตฟอร์มสู่โซเชียลมีเดียอย่างเต็มรูปแบบ การใช้ Influencer กลายเป็นเครื่องมือหลักในการสร้างความน่าเชื่อถือและดึงดูดนักเทรด โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้งานใหม่ อย่างไรก็ตาม แนวโน้มนี้ก็มาพร้อมความเสี่ยงด้านความโปร่งใส และการกำกับดูแลที่เข้มงวดมากขึ้น ประเด็นสำคัญสำหรับนักเทรดคือ ต้องแยกแยะระหว่าง “ข้อมูล” และ “การตลาด” ให้ชัดเจน พร้อมตัดสินใจบนพื้นฐานของความเข้าใจ ไม่ใช่เพียงความน่าเชื่อถือที่ถูกสร้างผ่านโซเชียลมีเดีย

Taurex ประกาศแต่งตั้ง Robbie Ensor เป็น Finance Director เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านการเงิน รองรับแผนขยายธุรกิจระดับโลก โดยผู้บริหารรายนี้มีประสบการณ์จากทั้งโบรกเกอร์และสถาบันการเงินชั้นนำ การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับการได้รับเงินลงทุน 40 ล้านดอลลาร์ สะท้อนถึงกลยุทธ์การเติบโตเชิงรุกของบริษัท ในมุมของนักเทรด แม้ข่าวนี้ไม่ส่งผลต่อการเทรดโดยตรง แต่สะท้อนถึงความมั่นคงและทิศทางของโบรกเกอร์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกใช้งานในระยะยาว

พฤติกรรม “ทนขาดทุน แต่รีบปิดกำไร” เป็นปัญหาที่พบนักเทรดจำนวนมาก ซึ่งมีสาเหตุจากอารมณ์ความกลัวและความโลภ ทำให้ตัดสินใจสวนทางกับหลักการที่ถูกต้อง คือปล่อยขาดทุนให้ยาวและตัดกำไรให้สั้น ส่งผลให้พอร์ตไม่เติบโตในระยะยาว แนวทางแก้ไขคือการวางแผนการเทรดให้ชัดเจน กำหนดจุดเข้า–ออก ตั้ง Stop Loss และบริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัย รวมถึงควบคุมขนาดการลงทุนเพื่อลดแรงกดดันทางอารมณ์ หัวใจสำคัญของความสำเร็จในการเทรดจึงไม่ใช่การเข้าออเดอร์ให้แม่นยำ แต่คือการบริหารการออกจากออเดอร์อย่างมีระบบและสม่ำเสมอ