简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
اردو
น้ำมันร่วงต่อหลังข้อตกลงสันติภาพช่วยคลายความกังวลด้านการขนส่งน้ำมัน
บทคัดย่อ:ราคาน้ำมันยังคงร่วงต่อเนื่องในช่วงซื้อขายของตลาดเอเชียในวันพุธ เนื่องจากความกังวลถึงปัญหาการขนส่งน้ำมันในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลายลง โดยน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงอีก 1% มาอยู่ที่ $76.20 ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมัน

ราคาน้ำมันยังคงร่วงต่อเนื่องในช่วงซื้อขายของตลาดเอเชียในวันพุธ เนื่องจากความกังวลถึงปัญหาการขนส่งน้ำมันในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลายลง โดยน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงอีก 1% มาอยู่ที่ $76.20 ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบ WTI ร่วงมาอยู่ที่ $72.50 ต่อบาร์เรล
การที่ราคาน้ำมันร่วงลงได้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นว่าการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะดำเนินไปด้วยความราบรื่นตามความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพ
นอกจากนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ยังได้ออกมาวิจารณ์บริษัทน้ำมันรายใหญ่ว่ายังปรับลดราคาน้ำมันแก๊สโซลีนไม่เร็วพอ แม้ราคาน้ำมันดิบจะร่วงเร็วก็ตาม และยังกล่าวหาว่าบริษัทเหล่านี้เอาเปรียบผู้บริโภคอีกด้วย
ด้านดัชนีหุ้นสหรัฐฯ โชว์ผลงานดีและแย่ผสมกันในวันพุธ เนื่องจากนักลงทุนต้องรอการประกาศผลประกอบการของบริษัท Micron ก่อน โดย S&P 500 ปรับตัวขึ้น 0.2% ส่วน Nasdaq 100 เพิ่มขึ้น 0.6% และ Dow Jones ร่วง 0.1%
โดยประเด็นหลักของตลาดในช่วงนี้คือหุ้นสายเทคโนโลยีได้เผชิญแรงขายอย่างหนักเมื่อวันอังคาร ส่งผลให้ S&P 500 ปรับตัวลง 1.4% และ Nasdaq ร่วงลง 2.2% โดยหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มที่เผชิญปัญหาหนักที่สุด
ด้านตลาดหุ้นเอเชียก็โชว์ผลงานได้ไม่ต่างกัน โดย Nikkei 225 ของญี่ปุ่นปรับลง 0.6% ขณะที่ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ฟื้นตัวขึ้นกว่า 3% หลังร่วงลงกว่า 10% ในวันก่อนหน้า
ด้านรายงานผลประกอบการของ Micron กลายเป็นที่จับตาของตลาดอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับ AI ที่สำคัญ นอกจากนี้ ตลาดยังต้องรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะประกาศในวันพุธอีก เช่นตัวเลขใบอนุญาตก่อสร้างและยอดขายบ้านใหม่ เพราะเป็นตัวบ่งบอกถึงระดับความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้
ด้านทองคำก็ร่วงต่อเนื่องเช่นกันในวันพุธจนเกือบแตะระดับต่ำสุดในรอบสองสัปดาห์ตรง $4,050 ต่อออนซ์ เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐกลับมาแข็งค่าขึ้น และโอกาสที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็ยังสูงขึ้นไปอีก
โดยตลาดได้เพิ่มโอกาสขึ้นอีกมากที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังการประชุมในสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ส่งสัญญาณส่าจะมีการใช้นโยบายที่เข้มงวด โดยนักลงทุนคาดว่าจะได้เห็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% ภายในปี 2026 ขณะที่ประธาน Fed อย่าง เควิน วอร์ช ก็ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการควบคุมเงินเฟ้อ แม้เศรษฐกิจจะเติบโตช้าลงก็ตาม
ในขณะนี้ นักลงทุนยังต้องจับตาดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งเป็นข้อมูลหลักที่ Fed ใช้วัดอัตราเงินเฟ้อ และอาจเป็นข้อมูลสำคัญที่กำหนดมูลค่าดอลลาร์และราคาทองคำได้ในระยะถัดไป
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
WikiFX โบรกเกอร์
XM
AVATRADE
FxPro
IC Markets Global
GTCFX
EC markets
XM
AVATRADE
FxPro
IC Markets Global
GTCFX
EC markets
WikiFX โบรกเกอร์
XM
AVATRADE
FxPro
IC Markets Global
GTCFX
EC markets
XM
AVATRADE
FxPro
IC Markets Global
GTCFX
EC markets
