รีวิว IQ Option ดีไหม? เจาะลึกข้อมูลโบรกเกอร์ พร้อมมุมมองการใช้งานจริง
รีวิวโบรกเกอร์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:5 ปัจจัยที่ต้องจับตา: ข้อมูลเงินเฟ้อ และหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี

สำหรับนักลงทุนที่พยายามประเมินว่าการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นได้เร็วแค่ไหน มาตรวัดเงินเฟ้อของสหรัฐฯ และข้อมูลเงินเฟ้อเบื้องต้นในเดือนมิถุนายนจากบางประเทศในกลุ่มยูโรโซนจะได้รับความสนใจในสัปดาห์นี้ ความกังวลเกี่ยวกับสัญญาณของความอ่อนแรงในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีบวกกับความตึงเครียดทางการค้าที่ทวีความรุนแรงก็กำลังได้รับความสนใจเช่นกัน
นี่คือ 5 สิ่งที่คุณต้องจับตาในสัปดาห์นี้
1.เงินเฟ้อสหรัฐฯ
มาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่เฟดชื่นชอบ คือดัชนีราคาค่าใช้จ่ายการบริโภคส่วนบุคคล(PCE)มีกำหนดเปิดตัวในวันศุกร์ และควรแสดงให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อที่เริ่มชะลอตัวยังคงดำเนินต่อไปหรือไม่
แต่ค่า PCE ล่าสุดไม่สอดคล้องกับความคาดหวัง ตัวเลขที่ออกมาล่าสุดแสดงให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ เคลื่อนตัวไซด์เวย์อย่างไม่คาดคิดในเดือนเมษายน
สิ่งนี้อาจกลายเป็นข้อโต้แย้งที่ว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ ต่างจากเฟดตรงที่ตลาดยังคงรอการปรับลดอัตราดอกเบี้ยสองครั้งในปีนี้
ปฏิทินเศรษฐกิจยังรวมข้อมูลความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนมิถุนายน และข้อมูลเดือนพฤษภาคมเกี่ยวกับยอดขายบ้านใหม่และยอดขายบ้านมือสอง นอกจากนี้ยังมีประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาสแรกครั้งที่สาม รวมถึงข้อมูลคำสั่งซื้อสินค้าคงทนในเดือนพฤษภาคม
2.หุ้นเทคฯแรลลี่อาจจะร้อนแรงเกินไป
นักลงทุนจำนวนมากเชื่อว่าหุ้นเทคโนโลยีในระยะยาวนั้นแข็งแกร่ง เนื่องจากมีรายได้ที่แข็งแกร่งและตื่นเต้นกับศักยภาพของปัญญาประดิษฐ์ แต่ราคาที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก รวมถึง Nvidia (NASDAQ:NVDA) ที่เติบโตถึง 155% เมื่อเทียบเป็นรายปี ได้กระตุ้นให้เกิดความกังวลว่าการแรลลี่ในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีอาจจะยืดเยื้อออกไป
หุ้นที่ตามหลังอยู่ เช่น หุ้นขนาดเล็กและหุ้นคุณค่า อย่าง การเงินและอุตสาหกรรมอาจดูเหมือนราคาต่ำกว่าความเป็นจริงในขณะนี้
แต่ถึงแม้จะมีการย่อตัวเกิดขึ้น มีสัญญาณบางประการที่นักลงทุนจะออกจากหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นเติบโต การแทงสวนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีนั้นพิสูนจ์แล้วว่าทำให้นักลงทุนพลาดโอกาสในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เนื่องจาก Nasdaq 100 index ได้บวกกว่า 400% ในขณะที่มูลค่า Russell 1000 เพิ่มขึ้นประมาณ 70% ในเวลาเดียวกัน
เทคโนโลยีอาจฟื้นตัวอย่างรวดเร็วเนื่องจากนักลงทุนรีบซื้อหุ้นที่ราคาลดลงช่วงนี้
3.ราคาน้ำมัน
ราคาน้ำมันปรับตัวลงประมาณ 1% ในวันศุกร์ เนื่องจากความกังวลว่าการเติบโตของอุปสงค์น้ำมันทั่วโลกอาจได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ และข่าวเศรษฐกิจเชิงลบจากบางส่วนของโลก
สำหรับสัปดาห์นี้ ดัชนีน้ำมันดิบทั้งสองรายการเพิ่มขึ้นประมาณ 3% หลังจากเพิ่มขึ้นประมาณ 4% ในสัปดาห์ก่อน
เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเจ็ดสัปดาห์เมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น ๆ เมื่อวันศุกร์ โดยธนาคารกลางสหรัฐพยายามลดอัตราดอกเบี้ยลง ซึ่งตรงกันข้ามกับท่าทีผ่อนคลายอื่น ๆ ที่มากขึ้น
อัตราที่ลดลงอาจสนับสนุนราคาน้ำมันในปีนี้จากอุปสงค์ทั่วโลกที่ซบเซา การลดอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ จะทำให้การกู้ยืมถูกลงในประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งกระตุ้นให้เกิดความต้องการน้ำมันในขณะที่การผลิตเพิ่มขึ้น
ในสัปดาห์ข้างหน้า ราคาน้ำมันก็มีแนวโน้มที่จะยังคงได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์
4.เงินเฟ้อยุโรป
ในเขตยูโรโซน ฝรั่งเศส อิตาลี และสเปนจะเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อเบื้องต้นเดือนมิถุนายนในวันศุกร์
ข้อมูลจะกำหนดทิศทางการเงินทั่วทั้งยูโรโซนในสัปดาห์หน้า ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญสำหรับผู้ค้าที่พยายามประเมินว่าธนาคารกลางยุโรปจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยกี่ครั้งในปีนี้
ECB ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในวันที่ 6 มิถุนายน แต่อัตราเงินเฟ้อในประเทศและค่าจ้างที่แข็งแกร่งยังคงทำให้เกิดคำถามว่าจะมีนโยบายการเงินอะไรตามมาอีก
ผู้ค้าคาดว่าจะปรับลดอีกครั้งหนึ่งและมีโอกาสประมาณ 64% ที่จะลดอัตราครั้งที่สองภายในสิ้นปี ลดลงจากเกือบ 80% ก่อนการประชุมในเดือนมิถุนายน
ความประหลาดใจนี้อาจทำให้นักลงทุนต้องต่อสู้กับความไม่แน่นอนทางการเมืองครั้งใหม่ หลังจากที่ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาครง ได้ประกาศการเลือกตั้งฝรั่งเศสรอบแรกเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน
5.ความตึงเครียดดุลการค้า
จีนและสหภาพยุโรปได้ตกลงที่จะเริ่มการเจรจาเกี่ยวกับการกำหนดภาษีรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ผลิตในจีนเพื่อนำเข้าตลาดยุโรป
เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา บรัสเซลส์เสนอให้เก็บภาษีหนักเพื่อต่อสู้กับสิ่งที่สหภาพยุโรปพิจารณาสนับสนุนมากเกินไป ภาษีชั่วคราวของสหภาพยุโรปสูงถึง 38.1% สำหรับ EV นำเข้าของจีนซึ่งถูกกำหนดให้มีผลบังคับใช้ภายในวันที่ 4 กรกฎาคม ก่อนที่จะมีผลบังคับใช้ทั้งหมดในเดือนพฤศจิกายน
การประกาศของคณะกรรมาธิการยุโรปเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน เกิดขึ้นภายหลังสหรัฐฯ เคลื่อนไหวที่จะขึ้นภาษีรถยนต์จีนในเดือนพฤษภาคม และเปิดแนวหน้าใหม่ในสงครามการค้าระหว่างตะวันตกกับปักกิ่ง
ทางการจีนได้บอกเป็นนัยถึงมาตรการตอบโต้ที่เป็นไปได้ผ่านการวิจารณ์ของสื่อของรัฐและการสัมภาษณ์บุคคลสำคัญในอุตสาหกรรม
ขอบคุณสำนักข่าวรอยเตอร์ส
อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

รีวิวโบรกเกอร์

บทความนี้อธิบายการใช้ปฏิทินข่าว Forex อย่างถูกต้องเพื่อช่วยให้นักเทรดวางแผนการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยชี้ให้เห็นความผิดพลาดที่พบบ่อย เช่น การดูเพียงว่ามีข่าวอะไรโดยไม่วิเคราะห์ระดับความสำคัญ ไม่เปรียบเทียบค่าคาดการณ์กับค่าจริง และการรีบเข้าเทรดทันทีหลังข่าวออก ผู้เขียนเสนอขั้นตอนการใช้ปฏิทินข่าวอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การทบทวนข่าวสำคัญประจำสัปดาห์ การวิเคราะห์ผลกระทบของข่าว การเตรียมแผนรับมือในแต่ละสถานการณ์ ไปจนถึงการติดตามข่าวสำคัญ เช่น NFP, CPI และการประชุมธนาคารกลาง เพื่อให้นักเทรดสามารถเปลี่ยนปฏิทินข่าวจากเพียงเครื่องมือเตือนความเสี่ยง ให้กลายเป็นโอกาสในการสร้างกำไรและตัดสินใจเทรดได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

รีวิวโบรกเกอร์

บทความนี้อธิบายความแตกต่างระหว่างการเทรดตามเทรนด์ (Trend Following) และการเทรดสวนเทรนด์ (Counter-Trend Trading) ซึ่งเป็นคำถามที่นักเทรดพบอยู่เสมอ โดยชี้ให้เห็นว่าไม่มีวิธีใดดีที่สุดในทุกสถานการณ์ แต่ขึ้นอยู่กับสภาพตลาดในขณะนั้น หากตลาดอยู่ในภาวะ Trending การเทรดตามเทรนด์มักมีความได้เปรียบมากกว่า แต่หากตลาดอยู่ในภาวะ Ranging การเทรดสวนเทรนด์ระยะสั้นอาจให้จุดเข้าและผลตอบแทนที่ดีกว่า ส่วนตลาดแบบ Choppy เป็นช่วงที่ควรหลีกเลี่ยงการเทรดมากที่สุด นอกจากนี้บทความยังอธิบายข้อดี ข้อเสีย สัญญาณบ่งบอกการสิ้นสุดของเทรนด์ รวมถึงกรอบการตัดสินใจที่ช่วยให้นักเทรดเลือกกลยุทธ์ได้เหมาะสม ลดการตัดสินใจด้วยอารมณ์ และเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนเทรดอย่างเป็นระบบ
GTCFX
FOREX.com
FXCM
AVATRADE
TICKMILL
EBC FINANCIAL GROUP
GTCFX
FOREX.com
FXCM
AVATRADE
TICKMILL
EBC FINANCIAL GROUP
GTCFX
FOREX.com
FXCM
AVATRADE
TICKMILL
EBC FINANCIAL GROUP
GTCFX
FOREX.com
FXCM
AVATRADE
TICKMILL
EBC FINANCIAL GROUP