รีวิว IQ Option ดีไหม? เจาะลึกข้อมูลโบรกเกอร์ พร้อมมุมมองการใช้งานจริง
รีวิวโบรกเกอร์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:กลยุทธ์ Arbitrage (อาร์บิทราจ) เป็นกลยุทธ์ทำกำไรที่ความเสี่ยงต่ำ ด้วยการหาช่องว่างของราคาเพื่อทำกำไร

อ่านหัวข้อแล้วอย่าพึ่งตกใจกันนะครับ แอดเหยี่ยวขอบอกก่อนเลยว่า ทุกการลงทุนมักมีความเสี่ยงเสมอ เราจะเจอความเสี่ยงน้อยหรือมากก็อยู่ที่กลยุทธ์ของเราเอง วันนี้แอดเหยี่ยวมีกลยุทธ์ ที่จะสามารถทำกำไรได้ ด้วยความเสี่ยงที่ต่ำมาแนะนำนั่นคือกลยุทธ์ Arbitrage บอกเลยนักเทรดห้ามพลาด
Arbitrage (อาร์บิทราจ) เป็นกลยุทธ์ทำกำไรที่ความเสี่ยงต่ำ ด้วยการหาช่องว่างของราคาเพื่อทำกำไร หากนักเทรดมีความเข้าใจมากพอ จะสามารถนำกลยุทธ์นี้ไปใช้ได้กับทุกตลาดเลยนะครับ
Arbitrage คืออะไร?
คือกลยุทธ์ในการทำกำไรจากช่องว่างของราคา ง่ายๆ คือนักเทรดเห็นราคาทองคำร้านหนึ่งราคาบาทละ 30,000 ในระหว่างเดียวกันมีทองอีกร้านรับซื้อ 32,000 นักเทรดไปซื้อทองร้านหนึ่ง เพื่อไปขายให้อีกร้านหนึ่ง ได้กำไรส่วนต่างของราคาอยู่ที่ 2,000 การลงทุนซื้อขายในครั้งนั้น แทบจะไม่มีความเสี่ยงเกิดขึ้นเลย
วิธีทำกำไร?
การทำ Arbitrage วิธีที่นิยมที่สุดนั่นก็คือ Triangular Hedging โดยจะเป็นการเปิดออเดอร์ทั้ง 3 ขา เพื่อให้แต่ลสกุลเงินคานกันเอง เช่น
ออเดอร์คู่แรก Buy EUR/USD
ออเดดอร์คู่ที่สอง Sell EUR/GBP
จะเห็นได้ว่า ตอนนี้ได้ทำการ Hedging สำหรับสกุลเงิน EUR ทั้ง Buy และ Sell แต่นั่นยังไม่เพียงพอ จะต้องเพิ่มอีกหนึ่งคู่สกุลเงินนั่นก็คือ
ออเดอร์ที่สาม Sell GBP/USD
และเมื่อเปิดออเดอร์ที่สาม Sell GBP เท่ากับ Buy USD จึงเกิดเป็น Triangular Hedging ขึ้น เป็นการซื้อขายทั้งสามสกุลเงินในเวลาเดียวกัน

ตัวอย่างการทำกำไร Arbitrage
กำไรจากส่วนต่างของช่องว่างราคาในทางปฎิบัติแล้วอาจจะไม่ได้ง่าย เพราะในตลาด Forex จะต้องใช้วิธีการ Triangular Hedging อีกทั้งยังมีค่าใช้จ่ายแฝง อาจจะยังมองไม่ออกจะได้กำไรจากส่วนไหน พิจารณาเพิ่มเติมด้วยกลยุทธ์ดังต่อไปนี้เลยครับ
ตลาด Forex มีขึ้นมีลง และมีโอกาสที่จะโดนลากไปด้านใดด้านหนึ่ง เมื่อทำการ Triangular Hedging อาจอยู่คนละบัญชีหรือโบรกเกอร์ นักเทรดจะต้องเฝ้าระวังคอยโยกเงินทุน อีกบัญชีหนึ่งเพื่อไปรองรับความเสี่ยง
เลือกซื้อหรือขายในทิศทางเดียวกันกับ Swap จะมีหลายโบรกที่จะฟรีค่า Swap แต่ยังเป็นประโยชน์ หากเข้าทิศทางเดียวกันกับค่า Swap หรือดอกเบี้ยกรณีถือข้ามคืนที่โบรกเกอร์จ่าย ก็จะยิ่งเป็นรายได้เพิ่มขึ้นในพอร์ต

การทำ Arbitrageแม้บัญชีจะอยู่คนละโบรกเกอร์ ก็สามารถทำได้ไม่จำเป็นที่จะอยู่ในโบรกเดียวกันเสมอไป เพียงคงหลักการที่ใช้และทำตามแผน รักษาวินัย ก็นับว่าใช้ได้
การทำ Hedging คือการซื้อขายในราคาเดียวกันเพื่อควบคุมความเสี่ยงให้คงที่ แต่บางโบรกเกอร์ก็ไม่อนุญาตให้ทำ ควรศึกษาเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ต่อการเทรดด้วยครับ
ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก forexthai.in.th
การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินในลงทุน
อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

รีวิวโบรกเกอร์

บทความนี้อธิบายการใช้ปฏิทินข่าว Forex อย่างถูกต้องเพื่อช่วยให้นักเทรดวางแผนการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยชี้ให้เห็นความผิดพลาดที่พบบ่อย เช่น การดูเพียงว่ามีข่าวอะไรโดยไม่วิเคราะห์ระดับความสำคัญ ไม่เปรียบเทียบค่าคาดการณ์กับค่าจริง และการรีบเข้าเทรดทันทีหลังข่าวออก ผู้เขียนเสนอขั้นตอนการใช้ปฏิทินข่าวอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การทบทวนข่าวสำคัญประจำสัปดาห์ การวิเคราะห์ผลกระทบของข่าว การเตรียมแผนรับมือในแต่ละสถานการณ์ ไปจนถึงการติดตามข่าวสำคัญ เช่น NFP, CPI และการประชุมธนาคารกลาง เพื่อให้นักเทรดสามารถเปลี่ยนปฏิทินข่าวจากเพียงเครื่องมือเตือนความเสี่ยง ให้กลายเป็นโอกาสในการสร้างกำไรและตัดสินใจเทรดได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

รีวิวโบรกเกอร์

บทความนี้อธิบายความแตกต่างระหว่างการเทรดตามเทรนด์ (Trend Following) และการเทรดสวนเทรนด์ (Counter-Trend Trading) ซึ่งเป็นคำถามที่นักเทรดพบอยู่เสมอ โดยชี้ให้เห็นว่าไม่มีวิธีใดดีที่สุดในทุกสถานการณ์ แต่ขึ้นอยู่กับสภาพตลาดในขณะนั้น หากตลาดอยู่ในภาวะ Trending การเทรดตามเทรนด์มักมีความได้เปรียบมากกว่า แต่หากตลาดอยู่ในภาวะ Ranging การเทรดสวนเทรนด์ระยะสั้นอาจให้จุดเข้าและผลตอบแทนที่ดีกว่า ส่วนตลาดแบบ Choppy เป็นช่วงที่ควรหลีกเลี่ยงการเทรดมากที่สุด นอกจากนี้บทความยังอธิบายข้อดี ข้อเสีย สัญญาณบ่งบอกการสิ้นสุดของเทรนด์ รวมถึงกรอบการตัดสินใจที่ช่วยให้นักเทรดเลือกกลยุทธ์ได้เหมาะสม ลดการตัดสินใจด้วยอารมณ์ และเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนเทรดอย่างเป็นระบบ