เช็กปฏิทินข่าวสำคัญประจําสัปดาห์! มีเหตุการณ์อะไรน่าติดตามบ้าง
ข่าวสำคัญประจําสัปดาห์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:วันนี้แอดเหยี่ยวนำบทความดี ๆ จากคุณ Alice Veronica มาฝากกันอีกแล้ว โดยเนื้อหาในครั้งนี้คือเรื่อง “False Breakout”
วันนี้แอดเหยี่ยวนำบทความดี ๆ จากคุณ Alice Veronica มาฝากกันอีกแล้ว โดยเนื้อหาในครั้งนี้คือเรื่อง “False Breakout”

False Breakout คือ การที่ราคาทะลุ (Breakout) ออกจากแนวรับ/ต้าน หรือเส้นแนวโน้ม (Trend Line) ซึ่งโดยปกติ นี่เป็นสัญญาณเปิดออเดอร์ เพราะกราฟราคาที่ได้ Breakout ออกมาแล้ว มักจะเคลื่อนที่ต่อในแนวโน้มเดิม ในทางกลับกัน ราคาที่ Breakout ในกรณีนี้กลับสวนทางกับที่เทรดเดอร์คาดไว้ แล้วหวนกลับเข้าไปในแนวเดิม ส่งผลให้ออเดอร์ที่เปิดในช่วง False Breakout นี้ขาดทุน
ในการดู สังเกต False Breakout ในโพสต์ เราจะใช้ RSI มาดู Divergence เพื่อมาระวังในการถูก Breakout หลอก ไม่มีเทคนิคไหนสามารถหลีกเลี่ยงการ False Break ได้ เพราะงั้นในชุดความรู้ตรงนี้เราได้เเค่ระวังเฉย ๆ
**การใช้Divergenc มาดูBreakout ช่วยได้ระดับนึงไม่สามารถช่วยเราได้100% เเถมอาจจะทำให้เรา Bias ไม่กล้าเทรด เพราะงั้นใช้อย่างระมัดระวังนะคะ**

การเกิด Divergence มักเป็นสัญญาณของการกลับตัวของราคา หรือไปต่อของราคาตามแนวโน้ม
Divergence จะมีอยู่ 2 ประเภท คือ
1. Divergence แบบปกติ
2. Hidden Divergence
โดยทั่วไปสัญญาณ Divergence มี 2 แบบ คือ
Bullish Divergence ราคาทำ Low ใหม่ (Lower Low.LL) แต่ Indicator ไม่ทำ New Low (Higer Low.HL)
Bearish Divergence ราคาทำ High ใหม่ (Higher High.HH) แต่ Indicator ไม่ทำ New High (Lower High.LH)
สัญญาณ Hidden Divergence มี 2 แบบ คือ
Hidden Bullish Divergence ราคาไม่ทำ Low ใหม่ (Higher Low.HL) แต่ Indicator ทำ New Low (Lower Low.LL)
Hidden Bearish Divergence ราคาไม่ทำ High ใหม่ (Lower High.LH) แต่ Indicator ทำ New High (Higher High.HH)

False Break Out 1
การดู False Break Out มีอยู่หลายวิธี แต่วิธีที่ใช้กันแพร่หลายคือการใช้ Divergence มาช่วยกรองสัญญาณการถูก False Out
อีกหนึ่งจุดสังเกตกราฟ จังหวะที่ราคาไปชนแนวต้านที่ราคา 1729.10 ซึ่งจุดนั้นมีนัยสำคัญด้วยคือ มี Supply ทำให้จุดนี้กราฟจะเป็น False Out ได้
• สัญญาฯ RSI ขัดแย้งกับกราฟราคา กราฟราคาทำ Higher High แต่ RSI ทำ Lower High ทำให้จุดนี้มีโอกาสที่ราคาจะเป็น Break หลอกสูง
False Break Out 2
ในตัวอย่าง เราจะเห็นกราฟ Breakout ที่ราคา 1717.01 จดสังเกตุว่ากราฟจะ Breakout หลอกเราคือกราฟราคาทำ Higher High แต่ RSI ขัดแย้งทำ Lower High แทน

False Break Out 1
ในตัวอย่าง เราจะเห็นกราฟราคา Breakout ลงที่ราคา 1.14476 จุดสังเกตต่อไปคือกราฟทำ Low ที่ต่ำลงหรือทำ Lower Low แต่ RSI กลับทำ Lower High ทำให้ขัดแย้งกัน
ทำให้เราวิเคราะห์ได้ว่ากราฟมีโอกาสที่จะย่อขึ้นมา Pullback ที่ราคาเดิม หรือ Breakout ไม่สำเร็จ ถ้ากราฟมาลักษณะแบบนี้ให้ระวัง
False Break Out 2
กราฟไม่สามารถ Breakout ที่ราคา 1.14476 ได้ ในกรณีนี้เราสามารถรอให้กราฟขึ้นมา Pullback

False Break Out 1
รายละเอียดคือกราฟติด Supply Zone กราฟราคาทำ High ที่สูงขึ้น แต่ RSI ทำ High ที่ต่ำลง ทำให้โอกาสที่จะเป็น Break หลอกสูง เพราะมีทั้งนัยที่เป็น Sypply และ Divergence
False Break Out 2
ในกรณีที่เรา Buy ไปแล้วที่ราคา 0.84694 ให้รอจังหวะ Pullback แทน เพราะว่ากราฟอาจจะแค่ย่อลงเพื่อที่จะขึ้นต่อ

False Break Out 1
ในเคสนี้ Breakout ลงมาทำ Lower Low แต่ RSI กลับทำ Low ที่สูงขึ้นคือ Higher Low ทำให้เราระวังว่า โอกาสที่ราคาจะย่อขึ้นมีสูง อาจจะเป็น False Break ได้
False Break Out 2
ราคาเป็น Breakout หลอกและขึ้นต่อ เวลาเราเจอแบบนี้ เราจะเลือกหนีหรือรอก่อนก็ได้ เพราะบางจังหวะอาจจะแค่ย่อขึ้น เพื่อทำ Pullback


ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจากเพจ Alice Veronica
แอดเหยี่ยวหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มาก็น้อย และที่สำคัญก่อนที่จะเลือกเทรดกับโบรกเกอร์ไหนก็ตาม แอดอยากให้ศึกษารายละเอียดให้ดีเสียก่อน จะได้ไม่มาเสียใจภายหลัง ถือว่าแอดเตือนแล้วนะ!!! อย่าลืมมาตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี !

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

ข่าวสำคัญประจําสัปดาห์

XS.com แต่งตั้ง Rakhi Raje เป็นผู้ดูแล Influencer Marketing สะท้อนการเปลี่ยนแปลงสำคัญของอุตสาหกรรมโบรกเกอร์ ที่ย้ายจุดแข่งขันจากแพลตฟอร์มสู่โซเชียลมีเดียอย่างเต็มรูปแบบ การใช้ Influencer กลายเป็นเครื่องมือหลักในการสร้างความน่าเชื่อถือและดึงดูดนักเทรด โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้งานใหม่ อย่างไรก็ตาม แนวโน้มนี้ก็มาพร้อมความเสี่ยงด้านความโปร่งใส และการกำกับดูแลที่เข้มงวดมากขึ้น ประเด็นสำคัญสำหรับนักเทรดคือ ต้องแยกแยะระหว่าง “ข้อมูล” และ “การตลาด” ให้ชัดเจน พร้อมตัดสินใจบนพื้นฐานของความเข้าใจ ไม่ใช่เพียงความน่าเชื่อถือที่ถูกสร้างผ่านโซเชียลมีเดีย

กรณีหลอกลงทุนใน Cryptocurrency ที่ฮ่องกง ซึ่งทำให้ผู้เสียหายสูญเงินกว่า 6.6 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง สะท้อนรูปแบบกลโกงยุคใหม่ที่เป็น “กระบวนการหลายชั้น” เริ่มจากการเสนอผลตอบแทนที่น่าเชื่อถือ ตามด้วยการหลอกกู้เงิน และปิดท้ายด้วยการให้โอนคริปโตเพิ่มเติม กลโกงลักษณะนี้ใช้ความเชื่อ ความหวัง และอารมณ์ของเหยื่อเป็นเครื่องมือ ทำให้เกิดการสูญเสียซ้ำซ้อนอย่างต่อเนื่อง โดยมีสัญญาณเตือนสำคัญ เช่น การการันตีผลตอบแทน การติดต่อโดยไม่ร้องขอ และการให้โอนเงินไปยังแหล่งที่ตรวจสอบไม่ได้ บทเรียนสำคัญคือ ความเสี่ยงในตลาดไม่ได้มีแค่ราคา แต่รวมถึงภัยจากมิจฉาชีพ นักเทรดจึงต้องมีวินัย ตรวจสอบข้อมูล และปกป้องเงินทุนอย่างรอบคอบเพื่ออยู่รอดในระยะยาว

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ขยายเวลารับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับ Travel Rule เป็น 30 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีส่วนร่วมมากขึ้นในการกำหนดแนวทางกำกับดูแลตลาดคริปโต หลักการดังกล่าวมุ่งเพิ่มความโปร่งใสในการทำธุรกรรม โดยกำหนดให้มีการส่งข้อมูลผู้โอนและผู้รับควบคู่กับการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งอาจส่งผลต่อความเป็นส่วนตัว ขั้นตอนการใช้งาน และต้นทุนของผู้ให้บริการ แม้ในระยะสั้นอาจเพิ่มความซับซ้อน แต่ในระยะยาวจะช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือของตลาด และเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายใหญ่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น นักเทรดจึงควรติดตามและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างใกล้ชิด